บ่ได้โทรหาคือจังบ่ได้กินข้าว
ไม่น่าเชื่อนะครับว่า โทรศัพท์มือถือจะมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนมากมาย คงเป็นแบบเดียวกับคอมพิวเตอร์ที่ปัจจุบันนี้มีอยู่แทบทุกบ้าน ทั้งๆที่เริ่มแรกนั้น แม้แต่คนที่รู้เรื่องที่สุดก็ยังสงสัยว่า จะมีคนใช้กันสักกี่มากน้อย
เดียวนี้ โรงเรียนบนภูเขา กลางทุ่ง ก็มีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ เมื่อสิบปีก่อนเครื่องเป็นแสน ถูกที่สุดก็หลักหมื่น ใครจะใช้ได้กันกี่คน แต่เดียวนี้ เครื่องละพันสองพันก็มี ใช้กันตั้งแต่ตึกสูงในเมืองใหญ่ยันภูสูงป่ากว้างเลยทีเดียว
เดียวนี้ ชาวไร่ชาวนา นอกจากจะแบกจอบแบกเสียมแล้ว ยังพกโทรศัพท์มือถือไปด้วย
แม้บางพื้นที่จะไม่ค่อยมีคลื่น ก็ปีนต้นไม้ขึ้นไปโทรจนโดนมดแดงกัด เหมือนที่ ปอยฝ้าย มาลัยพร ร้องไว้ ถึงเกินจริงอยู่บ้าง นั่นก็สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของโทรศัพท์มือถืออย่างชัดเจน
การปรากฎตัวของโทรศัพท์มือถือในเพลงลูกทุ่ง ถ้าจำไม่ผิด น่าจะชัดเจนที่สุดก็ในเพลง มนต์รัก ตจว। ที่ขับร้องโดย แดง จิตกร ในมิวสิควีดิโอ พระเอกลงทุนซื้อโทรศัพท์มือถือให้นางเอก เพื่อเอาไว้โทรนัดกัน ล่าสุดก็ในเพลง โทรหาแหน่เด้อ ขับร้อง โดย ต่าย อรทัย ที่เคยโด่งดัง หลายคนคงจำได้
โทรศัพท์มือถือในเพลงลูกทุ่ง ผมว่า นอกจากเป็นเครื่องมือที่นักแต่งเพลงนำมาใช้ในการสื่อความคิดแล้ว ยังสะท้อนนัยหลายอย่างทางสังคม
นัยแรก นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อิทธิพลการสื่อสารที่อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในที่นี่ก็คือโทรศัพท์มือถือ ได้แผ่กระจายไปสู่ประชาชนชั้นรากหญ้าอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์แล้ว
นัยที่สอง เมื่อโทรศัพท์มือถือลงไปถึงรากหญ้า ทำให้กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในวัฒนธรรมการสื่อสาร เมื่อเป็นเครื่องมือแล้วย่อมหมายความว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างบุคคล เมื่อเกิดความสะดวกย่อมทำให้คนใช้เกิดความเคยชิน เมื่อเกิดความเคยชินแล้วย่อมจะขาดไม่ได้ เมื่อขาดไม่ได้ก็ย่อมต้องใช้เครื่องมือนี้ตลอดไป
นัยที่สาม นี่เป็นการครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จของทุนเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่สามารถสร้างสินค้าของตนให้กลายเป็นเครื่องมือในวัฒนธรรมการสื่อสารที่คนทุกระดับชั้นในสังคมจำเป็นต้องใช้ ซึ่งนำไปสู่
นัยที่สี่ ใครครอบครองส่วนแบ่งในวัฒนธรรมการสื่อสารแบบใหม่นี้ได้แล้ว นอกจากกำไรในทางธุรกิจ ยังสามารถแผ่อิทธิพลครอบงำความคิด วิถีชีวิตของคนในสังคม โดยเฉพาะชนชั้นรากหญ้า อันจะนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์อื่นๆได้อีกนับไม่ถ้วน
คิดดูเถอะครับว่า ถ้าคนไม่ได้โทรศัพท์หากันแล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้กินข้าวอย่างที่ต่าย อรทัยร้องไว้ คนตั้ง 60 กว่าล้านคน กินข้าววันละสามมื้อ โทรศัพท์หากันเพื่อจะได้รู้สึกอิ่มหรือกินข้าวอร่อย ทีนี้ ใครล่ะจะรวย
นั่นน่ะสิ ใครรวย