ลมแล้งและแมงกุดจี่
ปลายเดือนสามต้นเดือนสี่ อากาศร้อนมาเยือนท้องทุ่ง ตอฟางที่ร้างรวงข้าวตั้งแต่เดือนสิบสองต่อเดือนอ้ายเดือนยี่ ถึงบัดนี้ผุเปื่อยไปมาก กลายเป็นเศษฝุ่นเยื่อฟางกลางท้องทุ่ง ส่วนที่ยังไม่เปื่อยก็ล้มราบลงคลุมดิน ยอดหญ้าเลื้อยลอดไปใต้ฟาง แต่ละยอดแต่ละใบอวบงาม สวยเหมือนแตงร่มใบ เจ้าทุยผู้ชาญฉลาดก็พลิกฟางแทะเล็มกินยอดหญ้าอวบๆเหล่านี้อย่างเอร็ดอร่อย กลางแดดร้อนและสายลม
ถ้าหากวันใดอากาศแปรปรวนเหมือนแผ่นดินอาเพศ ลมหมุนจะอุ้มเอาเศษฟางเศษหญ้า ฝุ่นดินฝุ่นทรายจากเบื้องล่างขึ้นสู่เบื้องบน บางครั้งฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก ลมแรงถึงขนาดไม้เล็กลู่ กิ่งไม้หัก นกกาแตกตื่นกันแซวๆ
แต่ส่วนมากแล้วลมทุ่งที่ว่านี้ไม่แรงนัก พัดหมุนเป็นเกลียวมาพอให้เด็กๆสนุกสนาน วิ่งเข้าไปต้าน หรือไม่ก็ถอดเสื้อโยนเข้าไป เสื้อจะปลิวไปตามแรงลมพัดเหมือนกับเศษฟางเศษใบไม้ บางครั้งก็ขึ้นไปสถิตบนยอดจานหรือสะแกนา ร้อนถึงเจ้าของต้องปีนไปเก็บอย่างทุลักทุเล
นี่เรียกว่าลมหัวกุด เกิดจากการเคลื่อนตัวของอากาศเป็นลักษณะวงกลม เขาว่าเหมือนพายุทอร์นาโดที่ชอบเกิดในเมืองฝรั่งอเมริกา แต่ในทุ่งอีสานบ้านเฮานั้นมีความรุนแรงน้อยกว่านัก ถ้าเปรียบเทียบกับพายุทอร์นาโดแล้ว ลมหัวกุดก็คงเป็นได้แค่ลมที่เป่าออกมาจากปากคนกระมัง
กลางแดดร้อนจ้าของหน้าแล้ง ลมหัวกุดพัดมา เด็กเลี้ยงควายโห่ร้องก้องทุ่งวิ่งเข้าหาลม เศษอะไรต่อมิอะไรโดนเนื้อหนังแสบๆคันๆ เจ้าทุยที่เล็มหญ้าอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยหรือหนวกหูก็ไม่รู้ได้ เมื่อเห็นว่าไม่เกี่ยวอะไรกับตัวก็ก้มหน้าเล็มหญ้าต่อไป ก่อนค่ำต้องหากินให้ได้มากที่สุด คืนนี้จะได้นอนเคี้ยวเอื้องให้สบายอารมณ์
หลายตัวหลบแดดใต้ต้นไม้ พักเอาแรงให้หายร้อน เจ้าลูกแหง่ดูดนมแม่อยู่หงึกหงักๆ นางแม่ก็เดินหากินไปเรื่อย ตัวลูกดูดนมพลางเดินตามแม่พลาง ดูทุลักทุเลพิลึก แต่ทั้งแม่ทั้งลูกก็เดินไปด้วยกันอย่างนี้จนลูกอิ่มนม
เด็กเลี้ยงควายบางคนที่มีเจ้าลูกแหง่ จัดแจงลงมือพลิกฟางหาหญ้ายอดอวบๆ ให้ควายน้อยเจ้าตัวเล็กรู้ว่าเจ้าของมีหญ้าอ่อนอร่อยให้กินจึงเดินตามต้อยๆ คอยแลบลิ้นตวัดเอาจากมือเจ้านาย บางคราวร้องแหงะๆ เหมือนจะขอบใจหรือไม่ก็ทวงหญ้า ปากเล็กๆของมันกินไม่เคยอิ่ม
ไม่ว่าปากของสัตว์ชนิดใดก็เหมือนกัน คือถมไม่เคยเต็ม
ปากคนก็คือกันกับปากควายนั่นแหละ ผิดแต่ว่าคนกินข้าวแต่ควายกินหญ้า ต่างคนต่าง
พึ่งพาอาศัยกัน เป็นเพื่อนทุกข์เพื่อนยากกันมานมนาน เจ้าทุยเพื่อนคนลากไถทำนาและงานอื่นอีกสารพัด เพื่อให้คนมีชีวิตอยู่ คนก็เลี้ยงดูเจ้าทุยให้อิ่มหนำ คนรักควาย ควายก็รักเจ้าของ ดูเหมือนมันจะให้มากกว่ารับด้วยซ้ำ ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ขี้มันก็ยังเบ่งออกมาเพื่อคน
ขี้ควายเอาใช้ทำปุ๋ยและเป็นที่อาศัยของแมงกุดจี่
แมงกุดจี่ โอ้! แมลงปีกแข็งตัวน้อยนี้แซบหลาย เจ้าจังแม่นแซบอีหลี
เมื่อเจ้าทุยเพื่อนแท้เบ่งก้อนสีดำๆ ออกจากก้นลงดิน เด็กเลี้ยงควายมาเจอเข้ามักจะทำหมายจับจองเอาไว้เป็นเบื้องต้น ถ่มน้ำลายรดใส่แล้วหาไม้เล็กๆ ปักไว้ เป็นสัญลักษณ์บอกว่าขี้กองนี้มีคนจองแล้วนะ อาจจะแถมคำสาปแช่งเอาไว้ด้วย ผู้ใดเห็นหมายนี้ยังมาขุดเอาจุดจี่ก็ให้ขี้แตกตาย...
คราวใดที่คำหล้าไปเลี้ยงควายตอนกลางวันกับคำแพง-พี่สาว เมื่อควายของตัวเบ่งออกมา เด็กชายก็หากิ่งไม้มาปักไว้เหมือนกัน
เมื่อต่างคนต่างรู้ธรรมเนียมนี้ดี จะมีใครกล้าละเมิด แม้ยังไม่มีใครเอาไปแล้วขี้แตกตายให้เห็น แต่ก็หามีใครทำไม่ นี่คงถือเป็นจรรยาบรรณของนักล่าจุดจี่วัยเยาว์แห่งท้องทุ่งได้กระมัง
รุ่งแจ้งพอพุมพู ตื่นเช้าตรู่รีบออกมา...
แสงแรกของตะวันเรืองๆที่ขอบฟ้า ไก่เตรียมจะลงจากคอน นกเตรียมจะร่อนจากรัง เสียงหมูหมากาไก่และผู้คนดังต้อนรับวันใหม่ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านตื่นจากหลับแล้ว
ถึงเวลาของนักล่าทั้งวัยเยาว์และวัยยานออกปฏิบัติการรุ่งอรุณ เป้าหมายคือทุ่งนา แน่นอน นักล่ารุ่นจิ๋วมือวางทุกอันดับย่อมไม่พลาด
เช้าๆอย่างนี้ ที่ไหนมีกองขี้ควาย ที่นั่นมีแมงจกุดจี่
อากาศยามเช้าของหน้าแล้งเย็นๆอุ่นๆ ลมจากทุ่งพัดมาอ่อนๆ พาเอากลิ่นหอมของฟางแห้งและดินนาที่ได้น้ำค้างแต่เมื่อคืนมาสัมผัสจมูก กลิ่นหอมของทุ่งยามเช้าชื่นใจหลาย นักล่าสูดอากาศสดชื่นเต็มปอด กระชับเสียมกับกระป๋องทะมัดทะแมง เดินสอดส่ายสายตาหากองขี้ควาย
นั่นไงอยู่นั่นแล้ว
พอเดินเข้าไปถึงก็ได้ยิ้มเต็มหน้า ขี้ควายกองใหญ่มีขุยดินจากการขุดของแมงกุดจี่อยู่เต็ม ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้หนอ
ค่อยบรรจงเอาเสียมเปิดหน้าออก แมงกุดจี่ตัวเล็กตัวน้อยเต็มอยู่ในนั้น เก็บใส่กระป๋องเสียให้หมด จากนั้นจึงขุดเอาตัวใหญ่ที่กินอิ่มแล้วขุดรูลงไปอยู่ในดิน ขุดลงไปสักคืบก็เจอเจ้าตัวปีกแข็งสีดำมะ เมื่อมตัวใหญ่ กองนี้ได้สี่ห้าตัว รวมตัวเล็กตัวน้อยอีกเป็นกอบ เจออย่างนี้อีกสักสองสามครั้งมีหวังอิ่มกันทั้งบ้าน
เออ นี่แหละหนาเจ้าทุยเพื่อนแท้ แม้แต่ขี้ยังมีประโยชน์ วันนี้ต้องหาหญ้าให้กินสักหลายๆ กำแล้ว
แดดอ่อนอากาศอุ่น นักล่าแห่งท้องทุ่งกลับถึงเรือน แกะปีกแคะขี้แมงกุดจี่ตัวใหญ่ ล้างน้ำแล้วนำไปทำอาหาร เจ้าตัวเล็กๆไม่ต้องแกะปีก เอาทั้งตัวนั่นแหละดี จะทำอย่างไรกินก็แล้วแต่อัธยาศัย ใส่เกลือคั่วก็อร่อย หรือคั่วแล้วเอามาตำกับพริกก็แซบ แกงใส่ผักใส่หน่อไม้ก็ดีแท้ๆ
หอมเข้าไปถึงท้อง แซบเข้าไปถึงใจ เหลือจากมื้อเช้าห่อเอาไปกินมื้อเที่ยงตอนเลี้ยงเจ้าทุย
กลางทุ่งได้อีก แซบกันไปทั้งวัน
ปลายเดือนสามถึงต้นเดือนสี่ ลมร้อนยังไม่แรงนัก อากาศแห่งท้องทุ่งในยามเช้ายังเย็นๆ
แมงกุดจี่ยังชุม นักล่าวัยเยาว์ยังปฏิบัติการรุ่งอรุณได้ผลตามเป้าหมาย ยอดหญ้าอวบๆยังคงมีซุกอยู่ใต้ร่มฟาง งามเหมือนแตงร่มใบ เป็นอาหารอันโอชะของเจ้าทุย ผ่านกระบวนการย่อยสลายกลายมาเป็นอาหารแมงกุดจี่อีกทอดหนึ่ง
แล้วแมงกุดจี่ก็กลายมาเป็นแซบอีหลีของคน คนผู้ซึ่งเป็นเพื่อนของทุยกลางทุ่งกว้างในแดดจ้าและลมแรง
ลมที่เรียกกันว่าลมหัวกุด หมุนวนมาตามทุ่งนา พาเศษฟางเศษหญ้าปลิวว่อน ให้เด็กเลี้ยงควายวิ่งเข้าเล่นลม โยนเสื้อให้ลมพัดพาไปค้างบนยอดไม้ กางแขนกางขาวิ่งตามไป
ดูแล้วเหมือนแมงกุดจี่กำลังร่าเริง
อ่านเรื่องก่อนหน้านี้ที่นี่